[PSE] MC 4008. Foolish Kidnappers

posted on 17 Dec 2013 15:29 by eternalwhiterose in PSE

 

 

-----------------------------------------------------------------------
 
 
 

 

 

 

ยามเย็นของวันทำงานปกติ เทวทูตหนุ่มเลิกจากงานหลักในเวลาเดิมๆ

...รู้สึกว่าจะไม่ได้ลงไปที่โลกมนุษย์นานแล้ว อาจเป็นเพราะงานที่ค่อนข้างยุ่งในช่วงนี้ด้วย

เขาจึงมุ่งหน้าตรงไปยังที่ที่เรียกว่าโลกเบื้องล่างนั้นทันที


ร่างสุนัขขนยาวตัวใหญ่ เดินกึ่งวิ่งอย่างอารมณ์ดีอยู่ในสวนสาธารณะที่ประจำที่เขามักไปพักผ่อนหย่อนใจ

ความจริงแล้วเขาควรไปทำงานรับใช้พระเจ้า ไม่ใช่มาเที่ยวเล่น

แต่ในร่างแบบนี้รู้สึกมีอิสระมากกว่าร่างต้น ดังนั้นจึงเผลอไผลไปกับความสบายใจที่ได้เที่ยวเล่น

พลันสายตาของเจ้าสี่ขาก็สะดุดเข้ากับเด็กคนหนึ่ง


เด็กผู้ชายหน้าตาน่าเอ็นดู อายุไม่น่าเกินสิบปี นั่งเหยียดขาอยู่บนพื้นหญ้าเพียงคนเดียว

โดยรอบไม่มีคนที่ดูเหมือนผู้ปกครอง และหนุ่มน้อยก็ไม่น่าใช่เด็กยากไร้ ดูจากท่าทางการแต่งตัวแล้วเหมือนคุณหนูเช่นนั้น

เวลิเมียร์เดินตรงไปหาอย่างสงสัย และเด็กชายก็มองตามผู้มาเยือนที่เข้ามาใกล้ พร้อมกับรอยยิ้มเป็นมิตร

[มาทำอะไรคนเดียวครับพ่อหนู? ไม่มีใครมาด้วยเหรอ?]

เขาถามขึ้นมาทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่สามารถรับฟังเสียงกระแสจิตนั้นได้

เด็กน้อยเอื้อมมือลูบที่หัวของสุนัขตรงหน้าเพื่อลองเชิง เจ้าหมาดันหัวอ้อนเบาๆ เห็นดังนั้นเด็กชายจึงโผเข้ากอดทั้งรอยยิ้มทันที ดูเหมือนเขาจะถูกใจสุนัขตัวนี้น่าดู

เวลิเมียร์ชอบเล่นกับเด็ก เด็กๆมักจะมีรอยยิ้มสดใสบริสุทธิ์ประดับใบหน้าเสมอ และเด็กๆซื่อตรงกับความรู้สึกของตนเอง เศร้า เหงา โกรธ เสียใจ ดีใจ มีความสุข พวกเขาล้วนแต่แสดงออกมาไม่มีการเสแสร้ง

เพื่อนต่างสายพันธุ์ดูเหมือนจะเข้ากันได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังมัวแต่เล่นกันจนไม่รู้ว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดีคอยมองดูอยู่เงียบๆ


ชายสองคนหลบซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ไม่ไกลจากบริเวณนั้น...

“ทำยังไงดีพี่ ไอ้หมานั่นโผล่มาจากไหนไม่รู้ ถ้ามันกัดล่ะจะทำยังไง”

ชายหนุ่มที่ดูอายุน้อยและขี้ขลาดกระซิบบอกอย่างไม่มั่นใจ

“ไอ้ขี้ขลาด กลัวอะไรกับหมาตัวเดียว ปืนยาสลบก็มีไม่ใช่รึไง”

น้ำเสียงที่ตอบไปติดจะหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย แต่พยายามที่จะไม่เสียงดัง

“เอายิงเด็กแล้วเด็กจะไม่เป็นไรเหรอพี่”

ว่าจบก็อ้าปากร้อง หากแต่ไร้เสียง เพราะคนที่ดูฉลาดกว่าเขกหัวเข้าให้เต็มแรง

“ให้ยิงหมาไม่ใช่ยิงเด็ก งี่เง่า”

บทสนทนาแผ่วเบาเกิดขึ้นอยู่ไม่นาน แผนการก็ดำเนิน....


------------------------------------------

 


เสียงเครื่องยนต์ดังอื้ออึง ทั้งสัมผัสไม่สบายตัว หายใจลำบาก และความรู้สึกเหมือนทั้งตัวกำลังโคลงเคลงเป็นครั้งคราว ปลุกให้ตื่นจากภวังค์

เวลิเมียร์พบว่าเขาถูกมัดขาไว้ทั้งสี่ข้าง และมีผ้าคลุมทั้งตัว...เรียกได้ว่าโดนยัดใส่กระสอบเสียมากกว่า

‘เกิดอะไรขึ้น?’

และเขาก็ได้ยินเสียงสะอื้นไห้เบาๆ เสียงของเด็กชายคนนั้นที่เขาเล่นด้วย

‘เสียงรถ...ถูกจับงั้นเหรอ ถูกลักพาตัว?’

ความคิดถูกเรียบเรียงในหัว และวิธีการแก้ปัญหาที่ว่าหายตัวหนีไปถูกตัดออกจากหัว เพราะเขาจะไม่รู้ตำแหน่งของรถและช่วยเด็กคนนี้ไม่ได้เลย

แต่หายตัวออกไปจากพันธนาการและกระสอบนี้คงพอจะทำได้อยู่...

และนี่ไม่ใช่เวลาที่จะมากลัวเรื่องหยุมหยิม เขาคิดได้แล้วก็หายตัวไปปรากฏอยู่ข้างเจ้าของเสียงสะอื้นทันที

เด็กชายเงยขึ้นมองอย่างสับสนงงงัน เจ้าหมาก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เลียที่แก้มนิ่มปลอบ

หนูน้อยยิ้มบาง และหยุดร้องไห้แล้ว


เวลาตอนนี้น่าจะดึกพอสมควร และเป็นเวลานอนของเด็กๆ อีกอย่างหนึ่งท่าทางเขาก็ดูเพลียจากการร้องไห้ด้วย

สุนัขตัวโตนั่งเบียดอยู่ข้างๆ อย่างน้อยเด็กคนนี้ก็จะได้สบายใจว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว

และอย่างที่คาด ..เด็กชายผล็อยหลับไปทั้งอย่างนั้น


เวลิเมียร์นั่งคิดไปพลางว่าควรจะทำอย่างไรดี

จะเรียกหาเทวทูตที่รู้จักในเวลานี้ก็ไม่น่าจะดีนัก เพราะเขาไม่ทราบตำแหน่งที่อยู่ของตัวเอง จะลำบากคนอื่นตามหาเปล่าๆ

อาจจะต้องรอจนกว่ารถจะหยุด แล้วถูกพาลงรถไป

คิดอยู่สักพักก็ได้ยินเสียงสะอื้นอีกครั้ง...แต่เจ้าของเสียงหลับสนิท

คงจะฝันร้ายอยู่...

‘ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร ผมจะช่วยให้เธอฝันดี’

เวลิเมียร์หลับตาลง  ย่างกรายเข้าไปในความฝัน....เป็นอีกครั้งที่เขาใช้พลังพิเศษนี้ช่วยเหลือมนุษย์ได้เล็กๆน้อย


------------------------------------------


รถบรรทุกหยุดชะงัก โจรลักพาตัวสองคนเปิดประตูด้านหลัง ท่าทีงุนงงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าสิ่งที่ควรอยู่ในกระสอบหายไปแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ตอนนี้ออกมาในที่ลับตาห่างเมืองห่างผู้คน ไม่จำเป็นต้องสนใจกับแค่หมาตัวเดียว

พวกมันพาเด็กชายลงจากรถ แบกเข้าไปในอาคารไม้เก่าร้างไร้ผู้คน ..เวลิเมียร์ที่หายตัวหนีออกจากรถเมื่อครู่นี้แอบตามเข้าไปเงียบๆ

ขอเพียงรู้ว่าอยู่ห้องไหนกันก็พอ

....และโจรพวกนี้ดูท่าจะโง่กว่าที่เขาคิดมาก

มีที่ไหนกันทิ้งตัวประกันไว้แยกห้อง แทนที่จะนอนเฝ้าไว้ไม่ให้ห่าง


แต่นับว่าสะดวกมากทีเดียวที่พวกนั้นผูกผ้าปิดตาปิดปากให้เด็กชายไว้

เทวทูตในร่างสุนัขฉวยโอกาสที่ทุกคนต่างก็หลับไปแล้วนี้คืนร่างเดิม เข้าไปอุ้มเด็กน้อยออกมาจากที่แห่งนั้น

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัวนะ พี่ชายจะพาเธอกลับบ้าน แต่เป็นเด็กดี อดทนอยู่แบบนี้ต่อสักพักนะครับ”

เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมลูบปลอบเบาๆ และเด็กชายก็เชื่อฟังอย่างดี


เวลิเมียร์หยุดยืนอยู่ตรงหน้ารถพาหนะที่พาพวกเขามาที่นี่ด้วยสีหน้าลำบากใจ

......เขาขับรถไม่เป็น……..

ครั้นจะหายตัวไปก็ทำไม่ได้ เด็กที่เขาอุ้มอยู่ไม่สามารถจะหายตัวไปกับเขาด้วยได้

สุดท้ายแล้วคงต้องขอการช่วยเหลืออยู่ดี...

 

[มาสซอว์.....ตอนนี้คุณว่างไหมครับ?]

 “ว่างครับ” เสียงกระซิบจากด้านหลัง ใกล้จนผิดสังเกต

หันมาอีกทีคนที่เพิ่งโทรจิตหาก็มายืนอยู่ไม่ไกล

เวลิเมียร์อุ้มเด็กน้อยมองค้าง เทวทูตอีกคนในร่างจำแลงยิ้มเหมือนรู้ว่าจะถามอะไร

[---มาไวเกินไปแล้วครับ]

ว่าจบก็บุ้ยใบ้ไปทางรถตรงหน้า แต่ดูเหมือนมาสซอว์จะไม่สนใจ ก้มลงพูดอะไรกับเด็กน้อยอีกสองสามประโยคก็รับไปอุ้มไว้แทนแล้วออกเดินนำไปไม่พูดอะไร

ถึงจะไม่เข้าใจนักแต่ก็เดินตามหลังไม่ห่าง ลัดเลาะไม่เท่าไหร่ก็มาถึงถนนสายหลัก รถเอสยูวีสีดำสนิทคันใหญ่จอดรออยู่ในความมืด

เทวทูตสีทองกลับร่างจำแลงตามเดิม แกว่งหางช้าๆ

เจ้าของรถปล่อยหนูน้อยลงที่เบาะหลัง ปลดผ้าคาดตาคาดปากออกให้เด็กชาย รอให้ขึ้นจนครบก่อนค่อยย้ายไปนั่งหลังพวงมาลัย

เสียงเครื่องยนต์คำรามฮืม รถเคลื่อนตัวช้าๆ

...ไม่มีใครตามมา ไม่มีใครรู้นอกจากคนที่อยู่บนรถสีดำ

เช้ามาโจรหน้าโง่สองคนนั่นคงมึนงงจนทำอะไรไม่ถูกแน่นอน


สุนัขตัวโตวางศีรษะเกยไว้บนตักเจ้าตัวเล็ก ถูกลูบไปตามตัวก็นอนสบายใจ

“พี่ชายคนเมื่อกี้ที่อยู่กับผมตอนแรก เค้าหายไปไหนแล้วฮะ?”

เวลิเมียร์โงศีรษะขึ้นมองดวงตาสีฟ้าเทาในกระจกมองหลัง คนขับยิ้มเมื่อหันกลับไปตอบเด็กน้อย


 “ด็อกเตอร์ฮูขึ้น TARDIS กลับไปแล้วครับ ..เขาฝากพี่ชายให้ไปส่งเธอถึงที่บ้านเลยล่ะ”
 
 
.
.
.
.
 
 - End -
 
-----------------------------------------------------------------------
 
สรุปภารกิจ
 
เวลิเมียร์ช่วยเด็กที่ถูกลักพาตัวออกมา และพาไปส่งที่บ้านอย่างปลอดภัย
 
-----------------------------------------------------------------------
 
Special thanks : @kietz-cat 
ขอบคุณคีธที่มาช่วยแต่ตอนจบของเรื่อง มุ๊ฟฟฟ <3
Tags: pse 0 Comments