[PSE] MC 4009. The Elder's Friend

posted on 22 Dec 2013 20:59 by eternalwhiterose in PSE

 

 

-----------------------------------------------------------------------

 

 

 

วันนี้ก็เป็นวันธรรมดาอีกวันหนึ่งของเวลิเมียร์ เทวทูตหนุ่มชั้นต้นประจำหน่วยข่าวสารแห่งเอลิเชียน

ช่วงนี้เขาเริ่มแวะเวียนไปที่โลกมนุษย์บ่อยขึ้น เพราะเหตุผลบางอย่าง ซึ่งเขาไม่ได้บอกใคร

ร่างสุนัขคอลลี่ขนยาวพลิ้วลมปรากฏขึ้นที่ตรอกไร้ผู้คน และเริ่มออกเดินไปปะปนกับผู้คนมากหน้าหลายตาที่เดินกันขวักไขว่ตามเส้นทาง

ชั่วโมงเร่งรีบทำให้ไม่มีใครสนใจเจ้าหมานัก และเวลิเมียร์ก็มีเป้าหมายที่วางแผนไว้แล้วจึงไม่ได้พักแวะที่ข้างทางใดใด

 

เมื่อเดินมาเรื่อยๆไม่ห่างจากบริเวณนั้น เทวทูตในร่างสุนัขหยุดอยู่ที่หน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

ปกติแล้วสัตว์เลี้ยงจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในโรงพยาบาล

แต่ป้ายที่ปลอกคอซึ่งเขียนไว้ว่า 'สุนัขนำทางคนตาบอด' ทำให้เขาสามารถผ่านเข้าไปได้...ถึงแม้ว่ายามจะไม่เต็มใจนัก

...แน่นอนว่าป้ายเป็นของปลอม เวลิเมียร์ไม่ใช่สุนัขนำทางอะไรเช่นนั้น

เขาเพียงแค่ปลอมแปลงอะไรบางอย่างเพื่อให้สามารถเข้าไปเยี่ยมคนคนหนึ่งได้

 

"อ้าว ว่าไงแก แอบเข้ามาอีกแล้วรึ" น้ำเสียงอารมณ์ดีดังขึ้นจากชายที่นั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงคนไข้ อายุน่าจะราวๆเกือบแปดสิบปีได้

เจ้าสุนัขกระดิกหางไวๆพร้อมครางเสียงเบาทักทาย และเดินเข้าไปหาที่ข้างเตียงเพื่อให้เห็นกันได้ชัดๆ 

ชายชรายิ้มกว้างพลางเอื้อมมือลงไปลูบขนสวยสะอาดของเจ้าตูบ

"ก็มีแต่แกที่มาเยี่ยมฉัน เจ้าพวกนั้นก็คงงานยุ่งจนเหนื่อยกันเหมือนเคย"

เวลิเมียร์มองด้วยสายตาที่เศร้าหมองลง หากแต่ชายตรงหน้าไม่รับรู้ถึงอารมณ์ของร่างสุนัขที่ยืนอยู่

ชายชราเฝ้าคอยเสมอ ว่าทายาทไม่กี่คนของเขาจะมาเยี่ยมหา ในบั้นปลายชีวิตเช่นนี้ หรืออย่างน้อยก็อาจช่วยเป็นกำลังใจให้เขาต่อสู้กับโรคร้ายนี้ได้และยื้อชีวิตไปอีกสักพักใหญ่ๆ...กระนั้นก็ได้เพียงหวัง ลูกๆของเขาต่างก็ไปมีครอบครัวของตนเอง มีหน้าที่การงานใหญ่โตที่ต้องรับผิดชอบ ได้แต่อ้างว่าติดงาน มาเยี่ยมพ่อไม่ได้ เวลิเมียร์รู้จักพวกเขาทั้งหมด...และรู้ว่าพวกเขาเพียงแต่ไม่สนใจที่จะมาเยี่ยมพ่อ คิดแต่ว่าเสียเวลาทำมาหากิน ทั้งๆที่ชายชราคนนี้เป็นผู้สร้างโอกาสให้พวกเขาไต่เต้าขึ้นตำแหน่งใหญ่โตได้แท้ๆ….

 

--------------------------------------------------------------------------

 

เวลิเมียร์ได้พบกับเขาครั้งแรกเมื่อครึ่งปีก่อน มนุษย์คนนี้มักจะนั่งเล่นคนเดียวเงียบๆอยู่ที่สวนสาธารณะเสมอ บ้างก็นั่งอ่านหนังสือ บ้างก็ให้อาหารปลา และเขามักจะแบ่งไส้กรอกจากฮอตดอกให้เทวทูตในร่างสุนัขกินบ่อยๆเช่นกัน หากวันไหนว่างจากงานประจำบนเอลิเชียน เวลิเมียร์ก็ชอบที่จะมานั่งอยู่เป็นเพื่อนกับชายชราคนนี้ เรียกได้ว่าสนิทใจกับพอสมควรโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีบทสนทนา เป็นข้อดีของร่างสุนัขแบบนี้ เพราะเขาไม่จำเป็นต้องพูด เพียงแต่ใช้ภาษาสัตว์ในการสื่อสารเท่านั้น ที่สำคัญคือหากต่างฝ่ายต่างเปิดใจ คำพูดก็ไม่สำคัญอะไร

 

หลังจากที่สนิทกันได้เพียงสองเดือน ชายชราก็อาการป่วยกำเริบหนักจนต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล และหมอไม่อนุญาตให้ออกมาจนกว่าจะแน่ใจว่าอาการดีขึ้นจริง ...นั่นคือสิ่งที่ชายชรารู้ แต่สิ่งที่เวลิเมียร์รู้มีมากกว่านั้น หมอบอกกับญาติของชายแก่ว่าโอกาสที่จะหายดีและกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมอีกครั้งนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะสังขารที่ล่วงเลยมามากแล้ว ร่างกายก็เสื่อมโทรมไปตามสภาพกาลเวลา ชายผู้นี้เหลือเวลาอีกเพียงไม่นานก็อาจต้องลาโลกนี้ไป ดังนั้นเทวทูตสี่ขาจึงคอยมาแวะเวียนหาบ่อยๆไม่ให้เขาต้องเหงาอยู่คนเดียวในห้องแคบๆไร้อิสระเช่นนี้ อย่างน้อยก็จนกว่าจะถึงเวลาอันสมควร...


 --------------------------------------------------------------------------

 

“นี่...ฉันรู้นะ ว่ายังไงเจ้าพวกนั้นคงจะไม่มา จนกว่าฉันจะตายไปนั่นล่ะ”

ชายชราพูดพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง ซึ่งมีแต่ป่าคอนกรีตเป็นทิวทัศน์ ดูไม่น่ามองสำหรับคนป่วยนัก

เจ้าสุนัขที่นอนหมอบอยู่บนพื้นเด้งตัวขึ้นยืนกระโดดเกี่ยวขาหน้ากับเตียงนอนทันที

[อย่าพูดแบบนั้นสิครับ!! เดี๋ยวพวกเขาก็ต้องมาหาคุณ] เขากล่าวเสียงดังผ่านกระแสจิต ทั้งๆที่อีกฝ่ายไม่สามารถรับรู้ได้เลย

“ฉันไม่อยากทำตัวให้เป็นภาระ ถึงได้ไม่เอ่ยปากขออะไร” แววตาสีอ่อนที่เหม่อมองออกไปดูเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด

[…….]

 

 

 --------------------------------------------------------------------------

 

 

 

สุนัขที่คาบธนบัตรรอจ่ายเงินให้กับร้านรับทำกระเช้าเยี่ยมผู้ป่วยนั้นเป็นภาพที่ดูน่าประหลาดใจ แต่ในเมื่อมีเงินเสียอย่าง เจ้าของร้านก็ยินดีที่จะทำตามที่สุนัขแสนรู้ตัวนี้ต้องการ เมื่อจัดแจงแลกเปลี่ยนกันเสร็จแล้ว เจ้าสุนัขตัวโตก็คาบกระเช้าที่มีของเยี่ยมและดอกไม้มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลแห่งเดิมทันที

วันนี้เขาออกมาค่อนข้างเช้า ปกติแล้วจะมาตอนบ่ายๆ แต่นานทีก็อยากทำอะไรให้มนุษย์คนนั้นแปลกใจบ้าง ถนนในยามนี้จึงไม่ค่อยมีผู้คนเดินข้ามไปมา รถราก็น้อยคัน แต่เวลิเมียร์ก็ไม่ลืมที่จะทำตามกฎจราจร เขายืนรอให้ไฟสัญญาณอนุญาตให้ข้ามถนนได้อย่างปลอดภัย

แต่ไม่มีใครล่วงรู้อนาคตได้ แม้แต่เทวทูตก็เช่นกัน....

รถบรรทุกขนาดเล็กที่กำลังขนของไปส่งร้านในเมืองขับตรงมาตามทางอย่างปกติดี ไม่มีใครเอะใจว่าจะเกิดอะไรต่อจากนี้ ไฟสัญญาณที่ใกล้เปลี่ยนสีดึงดูดความสนใจสุนัขที่ยืนอยู่เพียงตัวเดียวบริเวณชอบฟุตบาท จึงไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง รวมถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ตัว

คนขับที่เหนื่อยล้าจากการทำงานหามรุ่งหามค่ำ แล้วยังต้องตื่นแต่เช้ามาส่งของเช่นนี้ ทำให้เขาเผลอหลับเพียงไม่กี่วินาที รถบรรทุกที่เสียการควบคุมพุ่งตรงมายังมุมถนนที่เวลิเมียร์ยืนอยู่อย่างรวดเร็ว...เร็วเสียจนเทวทูตในร่างจำแลงไม่ทันที่จะได้คิดหายตัวหนีไปจากตรงนั้น....

.

.

.

.

.

ความรู้สึกชั่วขณะสั้นๆเกิดขึ้น...ความรู้สึกเช่นเดียวกับที่เขาเคยได้รับเมื่อนานมาแล้ว ..เป็นความเจ็บปวดก่อนจะถูกกระชากให้ดวงจิตหลุดลอยออกไป...รู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตนเองนอนอยู่ที่ริมทะเลสาบบนเอลิเชี่ยนเสียแล้ว หากแต่สตินั้นก็เลือนรางเต็มที เวลิเมียร์ส่งกระแสจิตขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ตัวก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับไปอีกครั้ง......

.

.

.

.

  --------------------------------------------------------------------------

 

จังหวะการก้าวที่ดูกระฉับกระเฉงและมั่นใจเดินไปบนทางที่ต่างออกไปจากเดิม ในมือของชายหนุ่มถือช่อดอกไม้สีขาวช่อใหญ่ อีกข้างหนึ่งยกขึ้นกระชับเสื้อโคทที่สวมใส่อยู่เพื่อป้องกันความหนาวเย็น เดินมาไม่นานก็หยุดอยู่ตรงสุสานขนาดใหญ่ที่ดูจะเป็นสถานที่สำหรับบุคคลผู้มีฐานะ เขาเดินตามหาบางอย่างอยู่สักพักก็หยุดอยู่ที่หน้าป้านหินอ่อนที่สวยงามประณีต

ดวงตาสีทับทิมหลุบลงมองก่อนจะย่อตัวลงวางช่อดอกไม้ไว้ตรงหน้า พลางลูบแผ่วเบาไปตามชื่อสีทองที่สลักอยู่บนนั้น

“ดูเหมือนผมจะมาช้าเกินไป...ขอโทษด้วยนะครับ แต่ผมหวังว่าคุณจะจากไปด้วยรอยยิ้ม อย่างที่คุณเคยมอบให้กับผมก่อนหน้านี้...”

วินเซนต์เอ่ยขึ้นแผ่วเบา รอยยิ้มจางปรากฏบนใบหน้า แต่แววตากลับดูเหงาระคนเศร้า


“หากโชคดี เราอาจจะได้พบกันใหม่บนนั้น ผมมั่นใจว่าคุณจะได้ขึ้นไปอยู่ที่นั่นแน่นอน---“

 

- End -
 
-----------------------------------------------------------------------
 
สรุปภารกิจ
 
เวลิเมียร์ไปเยี่ยมและคอยอยู่เป็นเพื่อนชายชราที่ป่วยและใกล้ตายที่โรงพยาบาล
หลังจากนั้นเกิดอุบัติเหตุรถชนทำให้ร่างจำแลงสุนัขเสียชีวิตไป
 
-----------------------------------------------------------------------
 
ขอบคุณที่อ่านค่ะ
อธิบายเพิ่มเติมเล็กน้อยในตอนจบ
วินเซนต์คือร่างจำแลงใหม่ของเวลิเมียร์ ไปเยี่ยมหลุมศพของคุณตาค่ะ
คุณตาเสียชีวิตในตอนที่เวลิเมียร์พักฟื้นอยู่บนเอลิเชียนเพราะร่างจำแลงตายกระทันหันจึงเจ็บหนัก
กลับมาอีกทีคุณตาก็เสียชีวิตแล้ว....TvTฮา
 
ร่างจำแลงใหม่ วินเซนต์ สเวย์น 
ชายหนุ่มอายุราวๆ26ปีแหละค่ะ!! บอกลาร่างน้องหมาแล้ว~~
 
Tags: pse 2 Comments
น่าสงสารตรงที่กลับมาหาไม่ทัน.. แค่คิดถึงว่าคุณตาจะตั้งตารอการมาเยี่ยมก็เศร้าแล้ว รอแล้วพบว่าสุดท้ายก็ไม่มีใคร..
แต่น้องหมาก็กลับมาแล้วนะ กลับมาเอาดอกไม้ให้ ทำตามที่ตั้งใจแล้วจริงๆ
 
สะใภ้(ร่างจำแลง)เมะขึ้น //อม

#2 By [K]iet-z on 2013-12-23 03:21

ร่างจำแลงใหม่เปลี่ยนลุคมากค่ะ
แต่รอยยิ้มยังคงดูอบอุ่นใจดีอยู่ cry
โถ่สงสารทั้งคู่เลยย

#1 By SnellSnail on 2013-12-22 21:47